================================================== -->

joker slot 777 qq

เผลอๆอาจจะเสียหายยิ่งกว่าครั้งที่เข้าสู่อำนาจด้วยการ รัฐประหาร หรือการตั้งตัวเป็น รัฏฐาธิปัตย์ ซะด้วยซ้ำ เพราะครั้งนั้น ด้วยเงื่อนไขและเหตุปัจจัย มันเป็นตัวช่วยรองรับ ความจำเป็น ที่จะต้องหันไปอาศัยกรรมวิธีชนิดนี้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นชายชาติทหาร จึงยังคงเป็นอะไรที่ สง่างาม อยู่ตามสมควร แต่สำหรับครั้งนี้ถ้ายังคิดจะหันไปใช้กรรมวิธีกั๊กไป-กั๊กมา ใช้วิธี เยี่ยวได้ แต่ ห้ามขี้ อะไรประมาณนั้น โดยลักษณะอาการมันเลยออกไปทาง ไม่แควร์ ซักเท่าไหร่ หรือทำให้เกิดข้อครหา นินทา ในเรื่องความ ไม่ถูกต้อง-ไม่ยุติธรรม ตามมา จน ชัยชนะ อาจต้องแปรสภาพไปเป็น ความพ่ายแพ้ เมื่อไหร่ก็ย่อมได้

  • เยี่ยมชมบล็อก:936347
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 393
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-03-28 04:16:32
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว

ที่เก็บบทความ

2015(991)

2014(809)

2013(95)

2012(856)

การสมัครสมาชิก
แทง สด สด 2021-03-28 04:16:32

การจำแนกประเภท: เจ้อเจียงออนไลน์

เว็บ บา คา ร่า 5 บาท, อยากจะขำ แต่ขำไม่ออก! วานนี้ (๖ กันยายน) นายกฯ ลุงตู่ ไปพูดระหว่างเป็นประธานรับฟังการแถลงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพของทั้งสามเหล่าทัพ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ มีคนที่ไม่มีเส้นผม รู้ใช่ไหมว่าเป็นใคร ไม่มีเส้นผมแต่ชอบพูด ออกมาวิจารณ์บ่อยๆ ว่าเศรษฐกิจไม่ดีและแย่ลง สงสัยความจำเสื่อม เพราะเรียกมาทำความเข้าใจหลายรอบแล้วก็ยังเหมือนเดิม ต้องบอก พลอประวิตรเผื่อจะเรียกมาคุยอีก แต่ก็คงเบื่อแล้ว เพราะเรียกมาก็กลับไปพูดอีก ที่ผ่านมาก็เรียกไป ๑๕ ครั้งแล้ว เรียกจนเบื่อกลับไปก็พูดอีก ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ! พิชัย นริพทะพันธุ์ ลุงตู่ออกอาการควันออกหู เพราะ พิชัย นริพทะพันธุ์ ไปพูดว่าให้รัฐบาลขายเรือดำน้ำเอาเงินมาดูแลสุขภาพของคน พรรคเพื่อไทยมองว่า เรือดำน้ำ เป็นจุดตายของรัฐบาล พูดกี่ทีก็มีแนวร่วมเยอะ มันปลุกความรู้สึกง่าย เพราะประชาชนที่ยากจนยังมีอยู่ไม่น้อย ขณะที่เรือดำน้ำมูลค่าอนับหมื่นล้าน ถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปช่วยคนจน จะเกิดประโยชน์กว่า มองผิวเผินมันเป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้ามองโดยองอค์รวมของประเทศ มันมีเรื่องต้องแก้ไขมากมาย ยกตัวอย่างง่ายๆ บ้านหนึ่งหลัง พอมีพอกิน คนในบ้านได้รับการดูแลทั่วถึงตามฐานะ รายจ่ายสำหรับบ้านหนึ่งหลังที่เห็นชัดๆ คือ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว ฯลฯ ส่วนที่เกินมา จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่มีผลเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงของครอบครัว นั่นคือ บ้านแต่ละหลังต้องอซื้อประกัน เช่น ประกันไฟไหม้ น้ำท่วม ยันแผ่นดินไหว ตอบไม่ได้ว่าวันไหนไฟจะไหม้ วันไหนรัฐบาลเอาไม่อยู่แล้วน้ำท่วม ถ้าไม่ทำประกันคือจบ ควักเนื้อเอาเอง แต่หากทำประกัน ประกันก็จ่าย แล้วเรือดำน้ำจำเป็นหรือไม่? แล้วแต่มุมมอง ไม่มีใครตอบได้ว่าวันข้างหน้าการแย่งชิงขุมสมบัติในอ่าวไทยโดยการใช้กำลังทหารจะเกิดขึ้นหรือไม่? มีเรือดำน้ำแล้วช่วยปราบไม่ให้มีการรุกล้ำได้หรือเปล่า? กลับไม่มีเลย จะต่างกันมากน้อยแค่ไหน? การช่วยคนจนเป็นเรื่องจำเป็น และต้องทำอย่างเร่งด่วน แต่นักการเมืองก็รู้ว่า งบประมาณแผ่นดินในแต่ละปีถูกแบ่งสันปันส่วนชัดเจน แต่ละหน่วยงานนำไปใช้ตามโครงการที่เสนอแยกจากกัน ก็ย้อนถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยว่า ระบอบทักษิณอยู่ในอำนาจมาอย่างยาวนานร่วม ๑๐ ปี และอนุมัติงบให้กระทรวงกลาโหมไปซื้อประกันให้กับประเทศรวมแล้ว กี่ล้านล้านบาท ณ เวลานั้นได้คิดแบบที่คิดในตอนนี้หรือเปล่า?ภาพจากเคซีเอ็นเอเผยแพร่เมื่อ 6 กันยายน 2561 คิม จองอึน (ขวา) ยิ้มอย่างอารมณ์ดีระหว่างพบกับชุง อึยยอง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ เมื่อวันพุธ / KCNA VIA KNS / AFP ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวคปภ เชิญเที่ยวงาน “สัปดาห์ประกันภัย”  พบกับปาฐกถาพิเศษ “มิติใหม่ประกันภัยไทยในยุคดิจิทัล 07 กันยายน พศ 2561 เวลา 14:14 น

รวมพลคนต่อต้านคอร์รัปชัน ประมนต์ ยอมรับในสายตาชาวโลกไทยยังสอบไม่ผ่าน แต่น่ายินดีรัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ปลุกภาคเอกชนเลิกจ่ายสินบน ทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้านช่วยเห่าโจร ด้านองคมนตรีฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง น้องแบม แฉการเปิดโปงทุจริตสิ่งที่ตามมาคือการถูกคุกคาม ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา มีการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2561 โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า จากการจัดอันดับล่าสุดของ The Corruption Perceptions Index (CPI) โดย Transparency International (TI) ที่ประกาศมาเมื่อต้นปี ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็มร้อย ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ย้อนหลังไปหลายปี คะแนนเราก็วิ่งอยู่ในระดับ 35-38 มาตลอด แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ก้าวผ่านจุดนี้เสียทีในสายตาชาวโลก คอร์รัปชันยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ถ้าเราสามารถกำจัดมันให้หมดไปได้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และส่วนรวม เพื่ออนาคตของลูกหลานของเราในวันข้างหน้า และผมเชื่อว่ากงล้อของการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใหญ่เกินกว่าที่พลังของพวกเราทุกคนที่มาในงานครั้งนี้ หากเราพร้อมใจกันลุกขึ้นมาทำต่อ เราจะสามารถผลักดันให้มันเริ่มขยับ และหมุนต่อเนื่องไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ด้วยบทบาทของทุกคนที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ นายประมนต์กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีว่าในช่วงรัฐบาลนี้เราได้เห็นการเอาจริงเอาจังในด้านนโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน ปลุกคนไทยเฝ้าระวังการโกง ไม่ทนต่อการทุจริต และมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง แต่ในด้านการปฏิบัติจริง ก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง ในฐานะข้าราชการ เราต้องไม่นิ่งเฉย ยอมให้เกิดการโกงกินภายใต้งานที่เราดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง ที่มีหลายตัวอย่างให้เห็นว่า การนิ่งเฉยอาจต้องรับเคราะห์แทน เขากล่าวว่า ในฐานะองค์กรเอกชน เป็นไปได้ไหมว่าเราจะตั้งเป้าหมายในแผนกลยุทธ์ ว่าเราจะไม่จ่ายสินบนเพื่อซื้อความสะดวก ซื้อความผิด หรือซื้อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในฐานะสื่อมวลชน เราต้องทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้าน ที่กัดไม่ปล่อย ปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าโจรผู้ร้ายจะมาไม้นวม หยิบยื่นขนมหวานให้ หรือมาไม้แข็ง ฟาดเราด้วยกระบอง เราก็ต้องไม่หวั่นไหว แต่เห่าให้ดังยิ่งขึ้น ให้เจ้าของบ้านรู้ตัว ในฐานะเยาวชน อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือน้องๆ ทุกคน เราจะปฏิเสธแม้การทุจริตเล็กๆ น้อยๆ เช่น ในการเรียนการสอน ไปจนถึงเราจะแสดงพลังให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเราไม่ต้องการคนโกง นายประมนต์กล่าวว่า ถึงตรงนี้ พวกเราอย่ามาเสียเวลาตั้งคำถามว่าเมื่อไรคอร์รัปชันจะหมดไป แต่เราควรตั้งคำถามว่า เมื่อไรเราจะออกมามีส่วนร่วมในการปราบคอร์รัปชัน จากบทบาทหน้าที่การงานของแต่ละคน เราจะตื่นรู้สู้โกงกันอย่างไร ในวันต่อต้านคอร์รัปชันปีหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ต้องขึ้นมาพูด และท่านจะมานั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเอาผลงาน ตื่นรู้สู้โกงที่แต่ละคนไปทำมาตลอดหนึ่งปี มาแบ่งปัน ถอดบทเรียน และพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ปลุกพลังคนไทย สู้โกง ตอนหนึ่งว่า นอกจากการต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว สังคมไทยยังจำเป็นจะต้องสร้างคนดีขึ้นมาเพิ่มในสังคม ตลอด 7 ปีของการทำงานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จะเห็นภาพได้ว่าคนที่มีความรู้มากจะมีการโกงที่พิสดารไม่น้อย แต่คนที่ความรู้น้อยก็โกงด้วยเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือการสร้างธรรมะในใจเพื่อไม่ให้เกิดการโกง ซึ่งคนเราหากไม่อายเสียอย่าง ก็โกงได้หมด ผมเคยพูดคุยกับคนต่างชาติที่ได้วิเคราะห์ประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งระบุว่าประเทศสิงคโปร์มีความโปร่งใส ขณะที่ประเทศไทยมีการโกงคอร์รัปชันเยอะมาก และประเทศไม่ได้เสียหายแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่บริษัทข้ามชาติที่ต้องการมาลงทุนด้วยความโปร่งใส ก็ไม่อยากจะมาลงทุน ดังนั้นก็จะมีแต่คนโกงที่จะเข้ามาทำงานกับคนโกงด้วยกันเท่านั้น ความเสียหายเกิดขึ้นมาก องคมนตรีกล่าวว่า เราจะเอาความคิดไม่โกงไม่ทุจริตไปสอนลูกหลานได้หรือไม่ หรือเมื่อเห็นการโกงก็ต้องไม่อดทน และพร้อมจะเปิดโปง ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นพลเมืองดี เห็นอะไรทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ทำ เริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กได้จะดีมาก แต่หากเราปล่อยให้เด็กเริ่มโกงข้อสอบ โกงการบ้าน หรือลอกการบ้านเพื่อน ทุกอย่างก็จะผิดหมดเลย เราต้องเริ่มใหม่ ทั้งจากที่บ้าน ที่พ่อแม่คอยอบรมลูกหลาน และที่ทำงาน ที่หัวหน้างานก็ต้องคอยปลูกฝังพนักงาน การทำงานต่อต้านโกงเป็นเรื่องที่ยาก และจะสำเร็จเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับคนไทยในปัจจุบันและอนาคตว่าจะต่อต้านอย่างแข็งขันต่อเนื่องได้อย่างไร ขอฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ที่รับสั่งว่า ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง การสร้างคนดีเป็นเรื่องที่ยากและยาว แต่ก็ต้องทำ ขอให้ถือเป็นหน้าที่ ศเกียรติคุณ นพเกษมกล่าว จากนั้นมีการจัดเวทีเสวนา คนไทย ตื่นรู้สู้โกง คนไทยจะลุกขึ้นมาปกป้องประเทศต่อต้านการโกงชาติได้อย่างไร โดยมี นสปณิดา ยศปัญญา (น้องแบม) และ นสณัฐกานต์ หมื่นพล ผู้เปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง, นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมวศึกษาธิการ, นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี, นายปรารภ เหมทานนท์ ผู้เปิดโปงการทุจริตภาครัฐกว่า 270 คดี เข้าร่วมการเสวนา นสณัฐกานต์กล่าวว่า แรงบันดาลใจเกิดจากการเห็นแนวทางการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน ซึ่งแม้ว่าตนจะเป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็กๆ ในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ซึมซับถึงปัญหาที่แท้จริงของพวกเขาเหล่านี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก สำหรับผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ พวกเขาเองไม่รู้ว่าจะได้อะไรบ้าง แต่เราเป็นคนในหน่วยงานซึ่งรู้ดีว่าปัญหาเหล่านี้หนักหนาสาหัสแค่ไหน ซึ่งพวกเขาควรได้รับความช่วยเหลือของรัฐอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตนตัดสินใจที่จะนำเรื่องเหล่านี้ออกมาเปิดโปง ด้าน นสปณิดากล่าวว่า ตนเรียนมาเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน เมื่อได้ฝึกงานในหน่วยงานรัฐ ทำให้เห็นปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องผู้ด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง ขอทาน หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งแรงบันดาลใจเกิดจากที่สงสัยว่า คนเหล่านี้รู้หรือไม่ว่าสิทธิที่เขาควรได้รับจากภาครัฐมีอะไรบ้าง แต่การที่เราเปิดโปงการทุจริตทำให้มีโดนคุกคามบ้าง ซึ่งเราต้องหาวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ ให้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ ซึ่งทุกวันนี้ตนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี นพธีระเกียรติกล่าวว่า การเดินหน้าจัดการเรื่องทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ เราไม่ได้เดินหน้าไล่ล่าจับโกง แต่เรามองว่าทุกสิ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน ผ่านการใช้กฎหมายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด เนื่องจากกฎหมายนั้นเอื้อต่อการตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น เพราะกระบวนการยุติธรรมนั้น หากดำเนินการช้า ย่อมไม่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรม ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ต้องมีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน หากมีปัญหาหรือมีแนวโน้มจะบิดพลิ้วในขั้นตอนการซื้อขายนั้น เราจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ขณะที่ นสรื่นฤดีกล่าวว่า เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารคดีนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งตนได้ชี้แจงแก่ข้าราชการของกรมบังคับคดีทุกคนทั่วประเทศ แม้จะเป็นเรื่องคดียุติธรรมทางแพ่ง แต่ผลสัมฤทธิ์จะเป็นตัวตอบโจทย์ความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินการนั้นมีความชัดเจน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของพี่น้องประชาชน ด้านนายปรารภกล่าวว่า เคสอาหารกลางวันนั้น ตนอยู่ในพื้นที่ ได้รับรู้เรื่องจากการประท้วงของผู้ปกครอง ก่อนมีการหาข้อมูลจนพบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจว่าบุตรหลานของตัวเองได้ทานอะไรในมื้อกลางวัน ส่งผลให้มีการตื่นตัวเป็นวงกว้าง และเด็กๆ ในโรงเรียนพื้นที่อื่นๆ ได้รับสิ่งที่พวกเขาควรจะได้ ซึ่งการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใช่การจับผิดอะไรใคร เพียงแค่บอกคนอื่นว่าคุณเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้องและควรทำเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้ รวมพลคนต่อต้านคอร์รัปชัน ประมนต์ ยอมรับในสายตาชาวโลกไทยยังสอบไม่ผ่าน แต่น่ายินดีรัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ปลุกภาคเอกชนเลิกจ่ายสินบน ทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้านช่วยเห่าโจร ด้านองคมนตรีฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง น้องแบม แฉการเปิดโปงทุจริตสิ่งที่ตามมาคือการถูกคุกคาม ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา มีการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2561 โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า จากการจัดอันดับล่าสุดของ The Corruption Perceptions Index (CPI) โดย Transparency International (TI) ที่ประกาศมาเมื่อต้นปี ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็มร้อย ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ย้อนหลังไปหลายปี คะแนนเราก็วิ่งอยู่ในระดับ 35-38 มาตลอด แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ก้าวผ่านจุดนี้เสียทีในสายตาชาวโลก คอร์รัปชันยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ถ้าเราสามารถกำจัดมันให้หมดไปได้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และส่วนรวม เพื่ออนาคตของลูกหลานของเราในวันข้างหน้า และผมเชื่อว่ากงล้อของการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใหญ่เกินกว่าที่พลังของพวกเราทุกคนที่มาในงานครั้งนี้ หากเราพร้อมใจกันลุกขึ้นมาทำต่อ เราจะสามารถผลักดันให้มันเริ่มขยับ และหมุนต่อเนื่องไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ด้วยบทบาทของทุกคนที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ นายประมนต์กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีว่าในช่วงรัฐบาลนี้เราได้เห็นการเอาจริงเอาจังในด้านนโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน ปลุกคนไทยเฝ้าระวังการโกง ไม่ทนต่อการทุจริต และมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง แต่ในด้านการปฏิบัติจริง ก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง ในฐานะข้าราชการ เราต้องไม่นิ่งเฉย ยอมให้เกิดการโกงกินภายใต้งานที่เราดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง ที่มีหลายตัวอย่างให้เห็นว่า การนิ่งเฉยอาจต้องรับเคราะห์แทน เขากล่าวว่า ในฐานะองค์กรเอกชน เป็นไปได้ไหมว่าเราจะตั้งเป้าหมายในแผนกลยุทธ์ ว่าเราจะไม่จ่ายสินบนเพื่อซื้อความสะดวก ซื้อความผิด หรือซื้อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในฐานะสื่อมวลชน เราต้องทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้าน ที่กัดไม่ปล่อย ปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าโจรผู้ร้ายจะมาไม้นวม หยิบยื่นขนมหวานให้ หรือมาไม้แข็ง ฟาดเราด้วยกระบอง เราก็ต้องไม่หวั่นไหว แต่เห่าให้ดังยิ่งขึ้น ให้เจ้าของบ้านรู้ตัว ในฐานะเยาวชน อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือน้องๆ ทุกคน เราจะปฏิเสธแม้การทุจริตเล็กๆ น้อยๆ เช่น ในการเรียนการสอน ไปจนถึงเราจะแสดงพลังให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเราไม่ต้องการคนโกง นายประมนต์กล่าวว่า ถึงตรงนี้ พวกเราอย่ามาเสียเวลาตั้งคำถามว่าเมื่อไรคอร์รัปชันจะหมดไป แต่เราควรตั้งคำถามว่า เมื่อไรเราจะออกมามีส่วนร่วมในการปราบคอร์รัปชัน จากบทบาทหน้าที่การงานของแต่ละคน เราจะตื่นรู้สู้โกงกันอย่างไร ในวันต่อต้านคอร์รัปชันปีหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ต้องขึ้นมาพูด และท่านจะมานั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเอาผลงาน ตื่นรู้สู้โกงที่แต่ละคนไปทำมาตลอดหนึ่งปี มาแบ่งปัน ถอดบทเรียน และพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ปลุกพลังคนไทย สู้โกง ตอนหนึ่งว่า นอกจากการต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว สังคมไทยยังจำเป็นจะต้องสร้างคนดีขึ้นมาเพิ่มในสังคม ตลอด 7 ปีของการทำงานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จะเห็นภาพได้ว่าคนที่มีความรู้มากจะมีการโกงที่พิสดารไม่น้อย แต่คนที่ความรู้น้อยก็โกงด้วยเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือการสร้างธรรมะในใจเพื่อไม่ให้เกิดการโกง ซึ่งคนเราหากไม่อายเสียอย่าง ก็โกงได้หมด ผมเคยพูดคุยกับคนต่างชาติที่ได้วิเคราะห์ประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งระบุว่าประเทศสิงคโปร์มีความโปร่งใส ขณะที่ประเทศไทยมีการโกงคอร์รัปชันเยอะมาก และประเทศไม่ได้เสียหายแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่บริษัทข้ามชาติที่ต้องการมาลงทุนด้วยความโปร่งใส ก็ไม่อยากจะมาลงทุน ดังนั้นก็จะมีแต่คนโกงที่จะเข้ามาทำงานกับคนโกงด้วยกันเท่านั้น ความเสียหายเกิดขึ้นมาก องคมนตรีกล่าวว่า เราจะเอาความคิดไม่โกงไม่ทุจริตไปสอนลูกหลานได้หรือไม่ หรือเมื่อเห็นการโกงก็ต้องไม่อดทน และพร้อมจะเปิดโปง ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นพลเมืองดี เห็นอะไรทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ทำ เริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กได้จะดีมาก แต่หากเราปล่อยให้เด็กเริ่มโกงข้อสอบ โกงการบ้าน หรือลอกการบ้านเพื่อน ทุกอย่างก็จะผิดหมดเลย เราต้องเริ่มใหม่ ทั้งจากที่บ้าน ที่พ่อแม่คอยอบรมลูกหลาน และที่ทำงาน ที่หัวหน้างานก็ต้องคอยปลูกฝังพนักงาน การทำงานต่อต้านโกงเป็นเรื่องที่ยาก และจะสำเร็จเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับคนไทยในปัจจุบันและอนาคตว่าจะต่อต้านอย่างแข็งขันต่อเนื่องได้อย่างไร ขอฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ที่รับสั่งว่า ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง การสร้างคนดีเป็นเรื่องที่ยากและยาว แต่ก็ต้องทำ ขอให้ถือเป็นหน้าที่ ศเกียรติคุณ นพเกษมกล่าว จากนั้นมีการจัดเวทีเสวนา คนไทย ตื่นรู้สู้โกง คนไทยจะลุกขึ้นมาปกป้องประเทศต่อต้านการโกงชาติได้อย่างไร โดยมี นสปณิดา ยศปัญญา (น้องแบม) และ นสณัฐกานต์ หมื่นพล ผู้เปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง, นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมวศึกษาธิการ, นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี, นายปรารภ เหมทานนท์ ผู้เปิดโปงการทุจริตภาครัฐกว่า 270 คดี เข้าร่วมการเสวนา นสณัฐกานต์กล่าวว่า แรงบันดาลใจเกิดจากการเห็นแนวทางการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน ซึ่งแม้ว่าตนจะเป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็กๆ ในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ซึมซับถึงปัญหาที่แท้จริงของพวกเขาเหล่านี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก สำหรับผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ พวกเขาเองไม่รู้ว่าจะได้อะไรบ้าง แต่เราเป็นคนในหน่วยงานซึ่งรู้ดีว่าปัญหาเหล่านี้หนักหนาสาหัสแค่ไหน ซึ่งพวกเขาควรได้รับความช่วยเหลือของรัฐอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตนตัดสินใจที่จะนำเรื่องเหล่านี้ออกมาเปิดโปง ด้าน นสปณิดากล่าวว่า ตนเรียนมาเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน เมื่อได้ฝึกงานในหน่วยงานรัฐ ทำให้เห็นปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องผู้ด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง ขอทาน หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งแรงบันดาลใจเกิดจากที่สงสัยว่า คนเหล่านี้รู้หรือไม่ว่าสิทธิที่เขาควรได้รับจากภาครัฐมีอะไรบ้าง แต่การที่เราเปิดโปงการทุจริตทำให้มีโดนคุกคามบ้าง ซึ่งเราต้องหาวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ ให้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ ซึ่งทุกวันนี้ตนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี นพธีระเกียรติกล่าวว่า การเดินหน้าจัดการเรื่องทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ เราไม่ได้เดินหน้าไล่ล่าจับโกง แต่เรามองว่าทุกสิ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน ผ่านการใช้กฎหมายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด เนื่องจากกฎหมายนั้นเอื้อต่อการตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น เพราะกระบวนการยุติธรรมนั้น หากดำเนินการช้า ย่อมไม่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรม ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ต้องมีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน หากมีปัญหาหรือมีแนวโน้มจะบิดพลิ้วในขั้นตอนการซื้อขายนั้น เราจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ขณะที่ นสรื่นฤดีกล่าวว่า เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารคดีนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งตนได้ชี้แจงแก่ข้าราชการของกรมบังคับคดีทุกคนทั่วประเทศ แม้จะเป็นเรื่องคดียุติธรรมทางแพ่ง แต่ผลสัมฤทธิ์จะเป็นตัวตอบโจทย์ความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินการนั้นมีความชัดเจน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของพี่น้องประชาชน ด้านนายปรารภกล่าวว่า เคสอาหารกลางวันนั้น ตนอยู่ในพื้นที่ ได้รับรู้เรื่องจากการประท้วงของผู้ปกครอง ก่อนมีการหาข้อมูลจนพบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจว่าบุตรหลานของตัวเองได้ทานอะไรในมื้อกลางวัน ส่งผลให้มีการตื่นตัวเป็นวงกว้าง และเด็กๆ ในโรงเรียนพื้นที่อื่นๆ ได้รับสิ่งที่พวกเขาควรจะได้ ซึ่งการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใช่การจับผิดอะไรใคร เพียงแค่บอกคนอื่นว่าคุณเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้องและควรทำเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้ ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว

อ่าน(29) | แสดงความคิดเห็น(996) | ส่งต่อ(325) |

ก่อนหน้านี้:twin79 สล็อต

ต่อไป:แจก ฟรี ส ปิ น 2020

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เทพธิดานกแก้ว 2021-09-19

Changguang Wang Yuanxi นักธุรกิจไทยดับ 3 ศพจากอุบัติเหตุ ฮตกที่สาธารณรัฐเช็ก หนึ่งในนั้นคือนายกสมาคมไทย ซับคอน ส่วนอีกคนเป็นหลานสาว บิ๊กสันต์ อดีต ผบตร สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เมืองเปิลเซน ห่างจากกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 4 คนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุการตกยังไม่มีการเปิดเผย ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวไทย 3 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล วัย 57 ปี กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทย เทคโนโลยี อีโวลูชั่น และนายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย หรือ Thai SUBCON ต่อมา สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยออกแถลงการณ์กรณีเฮลิคอปเตอร์ตกที่เช็ก ว่า จากกรณีเฮลิคอปเตอร์ตกที่สาธารณรัฐเช็กตายยกลำ รวมถึง 3 นักธุรกิจไทย นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ได้มีภารกิจร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานประจำกรุงแฟรงก์เฟิร์ต ในการนำเสนอสมาคมและคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรม The Aviation Medical Joint-Venture Business Trip in Czech Republic and Federal Republic of Germany ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน 2561 เพื่อเข้าพบผู้บริหารและเจรจาธุรกิจในการเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมอากาศยานและอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์มาลงทุนที่ประเทศไทย โดยร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในการเข้าเยี่ยมชมและเจรจาธุรกิจโรงงานที่ 2 ตามกำหนดการ คือ บริษัท Workpress Aviation ที่เมือง Pilsner สาธารณรัฐเช็ก ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะและพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน ทางบริษัทมีแผนขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยจะลงทุนผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในพื้นที่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา หลังจากที่ทางซีอีโอของบริษัทได้พาคณะเข้าเยี่ยมชมโรงงานเรียบร้อยแล้ว ได้เชิญนายชนาธิปและผู้ประกอบการจากไทยอีก 2 คน ทดลองนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว โดยมี Mrbohumil doubek ซีอีโอของบริษัท เป็นผู้ขับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้คนขับและผู้โดยสารทั้งหมด 4 คนเสียชีวิตลงทันที โดยมีรายชื่อต่อไปนี้ 1Mrbohumil doubek, CEO of Workpress Aviation 2นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย 3นสจันทร์พิมพ์ ศรุตานนท์ Marketing Manager บริษัท Medica Technology Co,Ltd และ 4นายเอกรัตน์ เล็กพรประเสริฐ Marketing บริษัท CSEngineering Autoparts Co,Ltd มีรายงานว่า นสจันทร์พิมพ์ ศรุตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เมดิก้า เทคโนโลยี เป็นหลานสาว พลตอสันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

จักรพรรดิวู 2021-03-28 04:16:32

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet ถึงรัฐบาลประกาศชัดแล้วว่าจะปลดล็อกการเมืองทั้งหมดกลางเดือน ธค แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาพรรคการเมืองน้อยใหญ่ยินดีปรีดา ต่อให้เนติบริกรชักแม่น้ำทั้งห้าบอกว่าเวลาหาเสียงเหลือเฟือ แถมมากกว่าเลือกตั้งทุกครั้งตั้ง 70 วันก็เหอะ เพราะในความเป็นจริง นักการเมืองอาชีพเหล่านี้ต้องลงพื้นที่หาเสียงตลอดเวลา ไม่ได้มัวรอที่จุดสตาร์ท แล้วค่อยวิ่งปรู๊ดร้อยเมตรรวดเดียวจบหลัง คสชยิงปืนให้สัญญาณหรอก แต่วิ่งเหยาะๆ แบบมาราธอนไปล่วงหน้าแล้ว เพียงแค่ติดล็อกที่ทำอะไรไม่สะดวก ขืนซ่าสุ่มเสี่ยงขัดคำสั่ง คสชจะโดนเตะตัดขาเอาง่ายๆ ไม่แปลกที่มีปฏิกิริยาไม่พอใจจากพรรคใหญ่ๆ โดยเฉพาะเพื่อแม้ว นอกจากโดนดูด สูบเลือดสูบเนื้อ ยังถูกมัดมือมัดเท้าซ้ำ ขาประจำอย่าง เสี่ยไก่ วัฒนา เมืองสุข ไม่พลาด ทวีตซัด คสชสั้นๆ แต่ดุเดือดเผ็ดมันตามถนัด ทนไงไหว ทีกับเพื่อไทยราวกับมัดตราสัง พอเป็นกลุ่มสามมิตรเปิดทางเดินสายสะดวก สัญจรขึ้นเหนือล่องอีสานเป็นว่าเล่น พบปะกับฐานเสียงแวะเวียนคุยกับเกษตรกลุ่มต่างๆ ทุกสัปดาห์ โกยคะแนนตุนไปเรื่อยๆ ถึงแม้แกนนำสามมิตร เสี่ยสมศักดิ์ เทพสุทิน จะปฏิเสธเสียงสูงไม่ได้หาเสียง แค่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านก็ตาม

โทรุฮาระ 2021-03-28 04:16:32

หญิงวัย 55 ตกเป็นเหยื่อเซลส์กะล่อน หลอกให้ซื้ออาหารเสริมชนิดน้ำว่าสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ หลงเชื่อนำไปใช้ปรากฏตาเน่า หมอต้องควักลูกตาออก ตำรวจออกหมายเรียกมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหา แพทย์ สสจขอนแก่นชี้ ผลิตภัณฑ์ได้รับตรา อยถูกต้อง แต่ใช้กินเท่านั้น ยันหลอกให้หยอดตามีโทษแน่นอน พตอวัชรพงศ์ ฉุยฉาย ผกกสภเวฬุวัน อเมือง จขอนแก่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายนนี้ ว่า นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 4 บ้านโนนลาน ตบ้านค้อ อเมือง จขอนแก่น ต้องผ่าตัดดวงตาข้างขวาออก หลังจากใช้อาหารเสริม พลูคาว ชนิดน้ำ หยอดตาจนตาบอด ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบอาหารเสริมชนิดดังกล่าว พบว่ามีเครื่องหมายสำนักงานอาหารและยา (อย) ถูกต้อง และเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน แต่เพื่อความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งน้ำที่เป็นอาหารเสริมดังกล่าวไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์และลงความเห็นว่าอาหารเสริมชนิดนี้หยอดตาได้หรือไม่ คุณยายยืนยันว่า มีพนักงานขายอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว ชื่อว่านายจรูญ ไม่ทราบนามสกุล เดินเข้ามาขายอาหารเสริมให้ถึงในบ้าน แนะนำสรรพคุณยา จึงซื้อไว้รับประทาน ดื่มไปขวดแรกรู้สึกดีขึ้น ในขณะที่เซลล์ก็แนะนำยายว่า ตาข้างขวาเป็นต้อเนื้อ ใช้อาหารเสริมยี่ห้อนี้หยอดตาควบคู่กันไปด้วย ทำให้คุณยายหลงเชื่อหยอดตาไป 6 ครั้ง ครั้งละ 1 หยด จนตามองไม่เห็น ไปพบแพทย์และต้องผ่าตัดตาข้างขวาออก เพราะเน่าและเป็นหนองติดเชื้อ พตอวัชรพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพนักงานขายรายนี้เข้าให้สอบปากคำ ขณะที่การแจ้งข้อกล่าวหานั้นต้องรอผลตรวจพิสูจน์ก่อน ส่วนเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ตำรวจจะสอบสวนต่อไป และยืนยันจะให้ความเป็นธรรม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานสำคัญคือ คลิปวิดีโอที่ญาตินางคำแงงถ่ายไว้ ระหว่างที่พนักงานขาย 2 คนไปขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวชนิดน้ำให้นางคำแงงที่บ้าน โดยอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมว่า นอกจากจะใช้รับประทานแล้ว ยังสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ และไม่มีอันตราย มีชาวบ้านคนอื่นๆ หายจากอาการต้อกระจกหลังจากรักษาด้วยวิธีนี้มาแล้ว พร้อมกันนี้พนักงานขายคนหนึ่งได้สาธิตหยอดตาเพื่อนพนักงานขาย แต่ปรากฏว่าคนที่ถูกหยอดตาแสดงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ด้าน นพเชิดชัย อริยานุชิตกุล เภสัชกรเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุญาตให้ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองจาก อย ซึ่งผลิตโดยร้านคิงส์เฮิร์บ จังหวัดขอนแก่น เป็นการอนุญาตให้ผลิตน้ำสมุนไพรเสริมอาหารที่ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ได้อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น เช่น หยอดลงในอวัยวะส่วนอื่นๆ นอกจากดื่มเพื่อเสริมอาหารเท่านั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายนำไปโฆษณาว่าสามารถใช้หยอดตาเพื่อรักษาอาการต้อกระจกได้ จึงเป็นการโฆษณาเป็นเท็จ มีโทษตามกฎหมาย, อยากจะขำ แต่ขำไม่ออก! วานนี้ (๖ กันยายน) นายกฯ ลุงตู่ ไปพูดระหว่างเป็นประธานรับฟังการแถลงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพของทั้งสามเหล่าทัพ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ มีคนที่ไม่มีเส้นผม รู้ใช่ไหมว่าเป็นใคร ไม่มีเส้นผมแต่ชอบพูด ออกมาวิจารณ์บ่อยๆ ว่าเศรษฐกิจไม่ดีและแย่ลง สงสัยความจำเสื่อม เพราะเรียกมาทำความเข้าใจหลายรอบแล้วก็ยังเหมือนเดิม ต้องบอก พลอประวิตรเผื่อจะเรียกมาคุยอีก แต่ก็คงเบื่อแล้ว เพราะเรียกมาก็กลับไปพูดอีก ที่ผ่านมาก็เรียกไป ๑๕ ครั้งแล้ว เรียกจนเบื่อกลับไปก็พูดอีก ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ! พิชัย นริพทะพันธุ์ ลุงตู่ออกอาการควันออกหู เพราะ พิชัย นริพทะพันธุ์ ไปพูดว่าให้รัฐบาลขายเรือดำน้ำเอาเงินมาดูแลสุขภาพของคน พรรคเพื่อไทยมองว่า เรือดำน้ำ เป็นจุดตายของรัฐบาล พูดกี่ทีก็มีแนวร่วมเยอะ มันปลุกความรู้สึกง่าย เพราะประชาชนที่ยากจนยังมีอยู่ไม่น้อย ขณะที่เรือดำน้ำมูลค่าอนับหมื่นล้าน ถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปช่วยคนจน จะเกิดประโยชน์กว่า มองผิวเผินมันเป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้ามองโดยองอค์รวมของประเทศ มันมีเรื่องต้องแก้ไขมากมาย ยกตัวอย่างง่ายๆ บ้านหนึ่งหลัง พอมีพอกิน คนในบ้านได้รับการดูแลทั่วถึงตามฐานะ รายจ่ายสำหรับบ้านหนึ่งหลังที่เห็นชัดๆ คือ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว ฯลฯ ส่วนที่เกินมา จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่มีผลเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงของครอบครัว นั่นคือ บ้านแต่ละหลังต้องอซื้อประกัน เช่น ประกันไฟไหม้ น้ำท่วม ยันแผ่นดินไหว ตอบไม่ได้ว่าวันไหนไฟจะไหม้ วันไหนรัฐบาลเอาไม่อยู่แล้วน้ำท่วม ถ้าไม่ทำประกันคือจบ ควักเนื้อเอาเอง แต่หากทำประกัน ประกันก็จ่าย แล้วเรือดำน้ำจำเป็นหรือไม่? แล้วแต่มุมมอง ไม่มีใครตอบได้ว่าวันข้างหน้าการแย่งชิงขุมสมบัติในอ่าวไทยโดยการใช้กำลังทหารจะเกิดขึ้นหรือไม่? มีเรือดำน้ำแล้วช่วยปราบไม่ให้มีการรุกล้ำได้หรือเปล่า? กลับไม่มีเลย จะต่างกันมากน้อยแค่ไหน? การช่วยคนจนเป็นเรื่องจำเป็น และต้องทำอย่างเร่งด่วน แต่นักการเมืองก็รู้ว่า งบประมาณแผ่นดินในแต่ละปีถูกแบ่งสันปันส่วนชัดเจน แต่ละหน่วยงานนำไปใช้ตามโครงการที่เสนอแยกจากกัน ก็ย้อนถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยว่า ระบอบทักษิณอยู่ในอำนาจมาอย่างยาวนานร่วม ๑๐ ปี และอนุมัติงบให้กระทรวงกลาโหมไปซื้อประกันให้กับประเทศรวมแล้ว กี่ล้านล้านบาท ณ เวลานั้นได้คิดแบบที่คิดในตอนนี้หรือเปล่า?。 และเอาเข้าจริงๆ แล้วผู้ที่ถือเป็น ฝ่ายตรงข้าม เขาคงไม่ได้แค่คิดเอาแพ้ เอาชนะ แต่ในเฉพาะ สนามเลือกตั้ง เท่านั้น หลังจากเลือกตั้งไปแล้ว หรือหลังจาก เข้าสู่อำนาจ ได้แล้วนั่นแหละ ที่ถือเป็น จังหวะ สำคัญที่สุด ในการหยิบเอาเงื่อนไขเรื่องความ ไม่ถูกต้อง-ไม่ยุติธรรม มาพลิกความพ่ายแพ้ให้เป็นชัยชนะ หรือพลิกชัยชนะให้กลายเป็นความพ่ายแพ้ได้ดีที่สุด ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ แต่การเดินไปตาม ครรลอง-คลองธรรม นั่นเอง ถึงจะ เข้าท่า ที่สุด ยิ่ง ธรรมชาติ ในช่วงนี้ท่านกำลังแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของท่านว่ามีฤทธิ์ มีเดช ถึงขั้นไหน ก็น่าจะหยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้เป็นเครื่องเตือนสติ เป็นอุทาหรณ์สอนใจเอาไว้มั่ง。

เฟสฮาระ อิชิฮุย 2021-03-28 04:16:32

กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา, ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว。ดินถล่มที่เมืองอะสึมะ จังหวัดฮอกไกโด ภายหลังแผ่นดินไหวเมื่อวันพฤหัสบดี / JIJI PRESS / AFP。

Lu Chi 2021-03-28 04:16:32

กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา, อ่านไป ความรู้สึก เกลียดสุดเกลียด จะเกิดอัตโนมัติ!。 ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet ถึงรัฐบาลประกาศชัดแล้วว่าจะปลดล็อกการเมืองทั้งหมดกลางเดือน ธค แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาพรรคการเมืองน้อยใหญ่ยินดีปรีดา ต่อให้เนติบริกรชักแม่น้ำทั้งห้าบอกว่าเวลาหาเสียงเหลือเฟือ แถมมากกว่าเลือกตั้งทุกครั้งตั้ง 70 วันก็เหอะ เพราะในความเป็นจริง นักการเมืองอาชีพเหล่านี้ต้องลงพื้นที่หาเสียงตลอดเวลา ไม่ได้มัวรอที่จุดสตาร์ท แล้วค่อยวิ่งปรู๊ดร้อยเมตรรวดเดียวจบหลัง คสชยิงปืนให้สัญญาณหรอก แต่วิ่งเหยาะๆ แบบมาราธอนไปล่วงหน้าแล้ว เพียงแค่ติดล็อกที่ทำอะไรไม่สะดวก ขืนซ่าสุ่มเสี่ยงขัดคำสั่ง คสชจะโดนเตะตัดขาเอาง่ายๆ ไม่แปลกที่มีปฏิกิริยาไม่พอใจจากพรรคใหญ่ๆ โดยเฉพาะเพื่อแม้ว นอกจากโดนดูด สูบเลือดสูบเนื้อ ยังถูกมัดมือมัดเท้าซ้ำ ขาประจำอย่าง เสี่ยไก่ วัฒนา เมืองสุข ไม่พลาด ทวีตซัด คสชสั้นๆ แต่ดุเดือดเผ็ดมันตามถนัด ทนไงไหว ทีกับเพื่อไทยราวกับมัดตราสัง พอเป็นกลุ่มสามมิตรเปิดทางเดินสายสะดวก สัญจรขึ้นเหนือล่องอีสานเป็นว่าเล่น พบปะกับฐานเสียงแวะเวียนคุยกับเกษตรกลุ่มต่างๆ ทุกสัปดาห์ โกยคะแนนตุนไปเรื่อยๆ ถึงแม้แกนนำสามมิตร เสี่ยสมศักดิ์ เทพสุทิน จะปฏิเสธเสียงสูงไม่ได้หาเสียง แค่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านก็ตาม。

ฉีลี่กง 2021-03-28 04:16:32

นักธุรกิจไทยดับ 3 ศพจากอุบัติเหตุ ฮตกที่สาธารณรัฐเช็ก หนึ่งในนั้นคือนายกสมาคมไทย ซับคอน ส่วนอีกคนเป็นหลานสาว บิ๊กสันต์ อดีต ผบตร สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เมืองเปิลเซน ห่างจากกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 4 คนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุการตกยังไม่มีการเปิดเผย ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวไทย 3 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล วัย 57 ปี กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทย เทคโนโลยี อีโวลูชั่น และนายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย หรือ Thai SUBCON ต่อมา สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยออกแถลงการณ์กรณีเฮลิคอปเตอร์ตกที่เช็ก ว่า จากกรณีเฮลิคอปเตอร์ตกที่สาธารณรัฐเช็กตายยกลำ รวมถึง 3 นักธุรกิจไทย นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ได้มีภารกิจร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานประจำกรุงแฟรงก์เฟิร์ต ในการนำเสนอสมาคมและคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรม The Aviation Medical Joint-Venture Business Trip in Czech Republic and Federal Republic of Germany ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน 2561 เพื่อเข้าพบผู้บริหารและเจรจาธุรกิจในการเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมอากาศยานและอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์มาลงทุนที่ประเทศไทย โดยร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในการเข้าเยี่ยมชมและเจรจาธุรกิจโรงงานที่ 2 ตามกำหนดการ คือ บริษัท Workpress Aviation ที่เมือง Pilsner สาธารณรัฐเช็ก ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะและพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน ทางบริษัทมีแผนขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยจะลงทุนผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในพื้นที่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา หลังจากที่ทางซีอีโอของบริษัทได้พาคณะเข้าเยี่ยมชมโรงงานเรียบร้อยแล้ว ได้เชิญนายชนาธิปและผู้ประกอบการจากไทยอีก 2 คน ทดลองนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว โดยมี Mrbohumil doubek ซีอีโอของบริษัท เป็นผู้ขับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้คนขับและผู้โดยสารทั้งหมด 4 คนเสียชีวิตลงทันที โดยมีรายชื่อต่อไปนี้ 1Mrbohumil doubek, CEO of Workpress Aviation 2นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย 3นสจันทร์พิมพ์ ศรุตานนท์ Marketing Manager บริษัท Medica Technology Co,Ltd และ 4นายเอกรัตน์ เล็กพรประเสริฐ Marketing บริษัท CSEngineering Autoparts Co,Ltd มีรายงานว่า นสจันทร์พิมพ์ ศรุตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เมดิก้า เทคโนโลยี เป็นหลานสาว พลตอสันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา。 ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ufabet 11| slotxo ฝาก 20 รับ 100| live22 ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์| 918kiss โปร 200| ฟุตบอล ฟรี| สมัคร live22th| สมัคร live22 โบนัส 100| รอยัล 1688| สมัคร live22 slot| betcash666| สล็อต ยืนยัน เบอร์ โทร รับ เครดิต ฟรี| 918kiss สมัคร| slot555| วัน เกิด รับ เครดิต ฟรี| สล็อต xo777| เว็บ ที่ มี เครดิต ฟรี| ค่าย เกม jili| wwwsbo666| หมุน สล็อต| แทง บอล 1x2| แทง บอล ออนไลน์ w88| riches777 เครดิต ฟรี| เว็บ บา คา ร่า ใช้ วอ เลท| เล่น บอล ผ่าน เน็ต| เกมส์ ออนไลน์ บา คา ร่า| สมัคร รับ เครดิต ฟรี 150| fun88 ล็อกอิน| เว ป mm88bet| ฟุตบอล fa cup| slotxo69th| slot 1688 slotxo| เล่น เกม ไพ่ ได้ เงิน จริง| gclub888888com| รู เล็ ต ออนไลน์ pantip| แทง บอล ไม่ ให้ เสีย| บา คา ร่า 20| mm88 ออนไลน์| ฝาก 1 บาท ได้ 99| ฟรี เครดิต ถอน ได้ 2020| ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล| เล่น slot| แทง บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 10 บาท| บา คา ร่า ออนไลน์ คือ| กีฬา แห่ง ชาติ ครั้ง ที่ 46| สล็อต 007 มาเฟีย| กีฬา ข่าว| slotxo ฝาก วอ เลท| sbobet2222| slotbar888| รับ เครดิต ฟรี mafia| บา คา ร่า t| sbobetonline 244| slot1234 xo| ฟรี เครดิต 150 ไม่ ต้อง ฝาก| สล็อต แจก เครดิต ฟรี 2563| kinglive22| สมัคร เล่น บา คา ร่า ออนไลน์ ฟรี| โบนัส เครดิต ฟรี| อเมริกัน ฟุตบอล สด| บา คา ร่า วอ เลท ไม่มี ขั้น ต่ํา| บา คา ร่า ฝาก ถอน วอ เลท| แจก เครดิต ฟรี ทุก วัน| ฝาก 100 ฟรี 100| ส โบ เบ็ ต มือ ถือ| เครดิต ฟรี w88| sath88 เครดิต ฟรี| บา คา ร่า 7777| ufabet ฝาก ผ่าน วอ เลท| ufa168 ฝาก| 7777 royal| สล็อต 9| 24sbobet| live22 ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 2020| royal1688 casino| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุด| live22 เครดิต ฟรี 2020| mafia789| สยาม สปอร์ต แมน ยู| ufa365 ถอนเงิน| bet88 เครดิต ฟรี| live22 แจก เครดิต ฟรี 2020| sbobet66| sa66 บา คา ร่า| เว็บ บา คา ร่า ที่ นิยม| บา คา ร่า 9988|